พีระพล คว้าทองแดงครอสคันทรี่ เสธ.หมึก พอใจผลงานนักปั่นไทย ทำได้ 4-4-4 เกินเป้าหมายที่วางไว้ ขอพี่น้องชาวไทยเชียร์ต่อวันสุดท้าย

“พีระพล ชาวเชียงขวาง” คว้าเหรียญทองแดง ครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนชาย มาครองสำเร็จ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ของนักปั่นไทยในศึกเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย หลังจาก “ธวัชชัย-จินดารัตน์” เคยคว้ามาได้เมื่อปี 2547 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ด้าน “พลเอกเดชา” พอใจผลงานของนักปั่นไทย ที่ทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยโกยมาแล้ว “4 ทอง 4 เงิน 4 ทองแดง” ยังเหลือลุ้นอีก 1 รายการในประเภทอิลิมิเนเตอร์ ขอให้พี่น้องชาวไทยส่งแรงใจมาเชียร์กันเช่นเคย โดยชมผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และ ยูทูบ ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เวลา 14.30-17.00 น. เต็มอิ่ม 2 ชั่วโมงครึ่ง

การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 26 และการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 12 ที่ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 4 ก.พ. เป็นการแข่งขันวันที่สี่ ที่บริเวณดอยม่อนกระถาง มีชิงชัย 2 เหรียญทองจาก ประเภทครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนหญิง และประชาชนชาย โดยมี มร.ออการ์ ซิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์จักรยานเอเชีย (เอซีซี) ชาวอินเดีย พร้อมด้วย “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ มาให้กำลังใจนักกีฬาไทยถึงขอบสนาม

เริ่มรายการแรกเป็นการแข่งขันครอสคันทรี่ ประชาชนหญิง ปั่นกัน 5 รอบ รอบละ 4.8 กม. รวมระยะทาง 24 กม. ทีมไทยส่ง 3 นักปั่นสาวลงชิงชัย ได้แก่ “พลอย” น.ส.วรินทร เพ็ชรประพันธ์, “ไก่” สิบโทหญิง ศุภักษร นันตะนะ และ “แอน” น.ส.สโรชา กมลคร ผลการแข่งขันปรากฏว่า เบียนวา เหยา นักกีฬาสาวจากจีนโชว์ความแข็งแกร่ง ปั่นเข้าเส้นชัยคนแรก คว้าแชมป์เอเชียไปครอง ด้วยวลา 1.37.38 ชั่วโมง ทิ้งห่างอันดับ 2 ปิง เหยา เพื่อนร่วมชาติ ที่ทำเวลา 1.41.54 ชั่วโมง ถึง 4.16 นาที, ที่ 3 ฟารานัค ปาร์ตัวซาร์ จากอิหร่าน เวลา 1.43.19 ชั่วโมง ขณะที่ “ไก่” ศุภักษร เข้ามาเป็นที่ 4 เวลา 1.46.42 ชั่วโมง, “พลอย” วรินทร ได้ที่ 9 เวลา 1.51.38 ชั่วโมง ส่วน “แอน” สโรชา ถูกตัดตัวออกในรอบสุดท้าย ได้อันดับที่ 12

ครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนชาย แข่ง 6 รอบ รอบละ 4.8 กม. รวมระยะทาง 28.8 กม. สำหรับนักปั่นไทยลงชิงชัย 4 คน ประกอบด้วย “โดด” สิบเอก กีรติ สุขประสาท นักปั่นเสือภูเขาเจ้าของเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมด้วย อส.ทพ.อดิศักดิ์ ไตลังคะ, “ตั๋น” อส.ทพ.ปาริวัฒน์ ตั๋นเหล็ก และ “มะตูม” จ่าอากาศเอก พีระพล ชาวเชียงขวาง สำหรับรายการนี้ โคเฮอิ ยามาโมโตะ นักปั่นครอสคันทรี่เบอร์ 1 ของเอเชีย เจ้าของแชมป์เอเชียหลายสมัยจากญี่ปุ่น เป็นเต็ง 1 ของรายการ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด โคเฮอิ ยามาโมโตะ ปั่นนำม้วนเดียวจบเข้าเส้นชัยด้วยเวลา คว้าแชมป์เอเชียไปครองสำเร็จ ด้วยเวลา 1.41.37 ชั่วโมง ส่วนที่ 2 ได้แก่ เซอิยะ ฮิราโน นักปั่นญี่ปุ่นเช่นกัน ที่ปั่นตามหลัง โคเฮอิ ยามาโมโตะ มาตั้งแต่ต้นจบจบ ทำเวลาได้ 1.42.47 ชั่วโมง

สำหรับนักปั่นไทย เกมการแข่งขันในช่วงแรก “ไต” อดิศักดิ์ ปั่นเกาะกลุ่มนำตามมาเป็นที่ 4 และมาแซง ซาเคียร์ อาดิลอฟ ของคาซัคสถานได้ในช่วงก่อนขึ้นรอบที่ 3 เนื่องจาก อาดิลอฟ รถมีปัญหา แต่ในรอบที่ 5 “มะตูม” พีระพล เร่งเครื่องแซง อดิศักดิ์ ขึ้นมาอยู่ที่ 3 แทน ก่อนจะเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1.44.53 ชั่วโมง คว้าเหรียญทองแดงมาครองอย่างสวยงาม ส่วนอดิศักดิ์ ได้ที่ 4 ทำเวลา 1.46.29 ชั่วโมง, ปาริวัฒน์ ได้ที่ 6 เวลา 1.48.08 ชั่วโมง และ กีรติ ได้ที่ 10 เวลา 1.51.18 ชั่วโมง โดยในพิธีมอบเหรียญรางวัล พลเอกเดชา ได้มอบเงินรางวัลพิเศษให้กับ พีระพล จำนวน 20,000 บาท

หลังการแข่งขัน พีระพล กล่าวว่า ก่อนลงแข่งตนเองไม่ได้คาดหวังไว้มากนัก เพราะไม่อยากสร้างแรงกดดันให้กับตัวเอง ซึ่งตอนแข่งขันก็ตั้งใจทำให้เต็มที่และดีที่สุด โดยส่วนตัวชอบสนามแข่งขันสนามนี้ เวลาขี่แล้วรู้สึกสนุก ก็เลยทำให้ผลงานออกมาดี เหรียญทองแดงครอสคันทรี่เหรียญนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ตนได้จากจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย แต่เคยได้เหรียญทองในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศเมียนมา เมื่อ 7 ปีที่แล้ว สำหรับการขี่จักรยานเสือภูเขา กับจักรยานถนน แตกต่างกันที่เสือภูเขาต้องใช้แรงเยอะ เหนื่อยมาก แต่ในระยะเวลาสั้น ๆ ขณะที่ประเภทถนนต้องใช้ความอึดและเหนื่อยนานกว่า

“ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวไทย รวมทั้งชาวเชียงรายทุกคน ที่ช่วยเชียร์และให้กำลังใจผมตั้งแต่ต้นจนจบการแข่งขัน วันนี้ผมทำสำเร็จแล้ว ขอบคุณท่านนายกสมาคมฯ พลเอกเดชา เหมกระศรี ที่ให้การสนับสนุน ดูแลนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนอย่างดีมาก ไม่มีขาดตกบกพร่อง ขอบคุณสตาฟฟ์โค้ช และเพื่อน ๆ ร่วมทีมทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ” พีระพล กล่าว

ด้าน เรืออากาศเอก สุภัทร ศรีไสว ผู้ฝึกสอนจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย กล่าวว่า สำหรับเหรียญทองแดงที่ พีระพล ทำได้ในครั้งนี้ ถือเป็นเหรียญแรกในรอบ 16 ปี ของทัพนักกีฬาจักรยานไทย นับตั้งแต่ “ตั๊บ” ส.ต.อ.ธวัชชัย มะเส และ “เปิ้ล” จินดารัตน์ พรบรรเจิดกุล เคยได้เหรียญทองแดงครอสคันทรี่ รุ่นประชาชนชาย-หญิง ในศึกจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเชีย เมื่อปี ค.ศ.2004 หรือ พ.ศ.2547 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

ส่วน พลเอกเดชา กล่าวว่า ดีใจที่นักกีฬาไทยช่วยกันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้ง พีระพล ที่ได้เหรียญทองแดงรุ่นประชาชนชาย และ ศุภักษร ที่ได้อันดับ 4 ในรุ่นประชาชนหญิง ผลงานโดยรวมถือว่าเกินเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ ซึ่งนักกีฬาทำได้แล้ว 4 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง แต่ยังเหลือการแข่งขันประเภทอิลิมิเนเตอร์ ในวันที่ 5 ก.พ. อีกหนึ่งวัน นักกีฬาไทยเราก็มีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลเพิ่มได้อีก ขอให้พี่น้องชาวไทยช่วยส่งกำลังใจมาเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยเช่นเดิม สำหรับชาวเชียงรายหากสะดวกก็อยากให้เดินทางมาชมที่สนามแข่งขัน ส่วนพี่น้องในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ สามารถติดตามชมได้จากการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และ ยูทูบ ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เวลา 14.30-17.00 น. เต็มอิ่ม 2 ชั่วโมงครึ่ง

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันวันพุธที่ 5 ก.พ. เวลา 09.00-11.00 น. แข่งขัน E-เมาเท่นไบค์ หรือ จักรยานไฟฟ้า รอบชิงชนะเลิศ (กีฬาสาธิต) จากนั้นเวลา 13.00-14.00 น. เป็นรอบฝึกซ้อมครอสคันทรี่ อิลิมิเนเตอร์ ต่อด้วยเวลา 14.30-15.30 น. แข่งขันครอสคันทรี่ อิลิมิเนเตอร์ รอบคัดเลือก และเวลา 15.30-17.00 น. เป็นการแข่งขันครอสคันทรี่ อิลิมิเนเตอร์ รอบชิงชนะเลิศ โดย สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และ ยูทูบ เวลา 14.30-17.00 น.