สองล้อ พร้อมจัด รอกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอนุมัติ

“สองล้อ” พร้อมจัดการแข่งขันจักรยานประเภทลู่-ถนน-เสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ในรูปแบบ “New Normal” วอนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมทั้ง “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เร่งดำเนินการพิจารณา และลงนามอนุมัติแผนจัดการแข่งขันโดยด่วน เพื่อให้ทุกสมาคมกีฬาเดินหน้าจัดการแข่งขันตามคู่มือที่นำเสนอไปแล้วได้ทันที


“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่ได้หารือกับ ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และผู้แทนศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ในเรื่องการออกคู่มือการจัดการแข่งขันกีฬาในห้วงเวลาที่โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการแพร่ระบาด ล่าสุด ทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ยังคงรอการอนุมัติและลงนามประกาศอย่างเป็นทางการจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อที่จะเดินหน้าจัดการแข่งขันจักรยานทั้งประเภทลู่, ถนน และเสือภูเขา ในรูปแบบ “New Normal” 


พลเอกเดชา กล่าวว่า เท่าที่ติดตามขั้นตอน ได้รับทราบว่าขณะนี้คู่มือจัดการแข่งขันจักรยานแบบ “New Normal” ในประเภทลู่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “ควีนส์สิริกิติ์” ประจำปี 2563 ทั้ง 4 สนาม ที่กำหนดสนามแรก ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2563 ที่สนามเวลโลโดรม หัวหมาก รวมถึงจักรยานประเภทถนน ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2563 สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2563 ที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อีกทั้งคู่มือจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาอื่น ๆ ที่มีแผนจัดการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลังต่างก็อยู่ระหว่างการรออนุมัติเช่นเดียวกัน 


“จากการหารือกับสมาคมกีฬาต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีประเด็นห่วงใยเหมือน ๆ กัน คือแต่ละสมาคมอยากจะให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนการกีฬาแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินการพิจารณาและลงนามอนุมัติแผนจัดการแข่งขันของแต่ละชนิดกีฬาโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยด่วน หากสามารถอนุมัติและลงนามได้ภายในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563 ก็จะทำให้แต่ละสมาคมกีฬาสามารถเดินหน้าเตรียมการจัดการแข่งขันตามคู่มือในส่วนที่ยังต้องรอการอนุมัติได้ทันที มิเช่นนั้นการดำเนินการก็จะล่าช้าออกไปอีก ซึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง” พลเอกเดชา กล่าว


นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ก็ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขในระบบ New Normal ทั้งเรื่องไม่มีผู้ชม และมาตรการรักษาระยะห่างป้องกันการแพร่ระบาดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “ควีนส์สิริกิติ์” สนามที่ 1 ซึ่งกำหนดแข่งระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม ไว้พร้อมแล้ว รวมไปถึงการเตรียมแผนสำหรับจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2563 ที่เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 


อย่างไรก็ตาม พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็ยังคงมีความเป็นห่วงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานระดับนานาชาติสองรายการ ประกอบด้วย การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” ที่เลื่อนจากเมื่อเดือนเมษายน มาเป็นวันที่ 6-16 ตุลาคม 2563 และการแข่งขันจักรยานประเภทลู่นานาชาติ “ยูซีไอ แทร็ค เอเชีย คัพ 2020” ที่เลื่อนไปจัดการแข่งขันในเดือนพฤศจิกายน 2563 เนื่องจากการเตรียมการในเรื่องการเชิญทีมต่างชาติยังไม่สามารถดำเนินการได้จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก


“ในเรื่องนี้ ฝ่ายเทคนิคของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้วางแนวทางการเชิญทีมต่างชาติไว้ว่า จะหารือไปทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ ยูซีไอ ขอผ่อนปรนหลักเกณฑ์การเชิญทีมระดับอาชีพ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเป็นทีมจากยุโรป และอเมริกา ส่วนในทวีเอเชียก็มักจะมาจากประเทศจีน, ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะยังคงมีปัญหาในเรื่องการจำกัดการเดินทางจากการแพร่ระบาดที่ยังคงไม่สามารถควบคุมได้ โดยทางสมาคมฯ ยื่นข้อเสนอไปยัง ยูซีไอ ให้ผ่อนปรนสามารถเชิญทีมระดับสโมสรสมัครเล่นเข้าร่วมการแข่งขันในระดับ 2.1 ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติจาก ยูซีไอ ขณะเดียวกัน ทางสมาคมฯ ก็ยังมีการประสานงานด้านข้อมูลที่จำเป็นด้านการสาธารณสุข กับกระทรวงสาธารณสุข และ ศบค. เพื่อปรับแผนรับสถานการณ์จริงตลอดเวลา” พลเอกเดชา กล่าวเสริมในตอนท้าย.