สองล้อ ร่วมมือกับ กกท.-ม.เชียงใหม่ นำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพนักปั่นทีมชาติไทย

14/07/2020

 สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำวิทยาศาสตร์การกีฬา มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาทีมชาติไทย พร้อมเดินหน้าเก็บตัวที่จังหวัดกเชียงใหม่ นำทัพโดย “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ รวมทั้งนักกีฬาที่เตรียมไว้สำหรับสู้ศึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ วางแผนเก็บตัวฝึกซ้อมนักปั่นทีมชาติไทยชุดแรก หลังจากที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีการผ่อนผันเรื่องการฝึกซ้อมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ทีมชาติไทยชุดแรกที่จะเรียกเก็บตัวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี “บีซ” ร้อยโทหญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ และ สิบตรีหญิง เพชรดารินทร์ สมราช สองนักปั่นชุดโอลิมปิกเกมส์ 2020 และทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม ประกอบด้วย ร้อยเอกหญิง จันทร์เพ็ง นนทะสิน, สิบตรีหญิง ศุภักษร นันตะนะ, น.ส.ชนิภรณ์ บัตริยะ, สิบตำรวจตรี นวุติ ลี้พงษ์อยู่, สิบตรี สราวุฒิ สิริรณชัย, จ่าอากาศเอก พีระพล ชาวเชียงขวาง, สิบตรี ธนาคาร ไชยยาสมบัติ, ร้อยตำรวจโท ธุรกิจ บุญรัตนธนากร, จ่าอากาศโท ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์,  สิบตำรวจตรี ยุทธนา มะโน และ  จ่าอากาศเอก ธนาวุฒิ สนิกวาที


 พลเอกเดชา กล่าวว่า สำหรับการเก็บตัวฝึกซ้อมดังกล่าว จะเป็นทีมชาติไทยชุดแรกที่นำเอาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างเต็มที่ โดยคณะผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย นำโดย “โค้ชตั้ม” พันจ่าอากาศเอก วิสุทธิ์ กสิยะพัท กับ ร้อยตำรวจเอก อดิศักดิ์ วรรณศรี ผู้ฝึกสอนจักรยานถนน, สิบตำรวจโทหญิง กฤติกา ศิลาพัฒน์ ผู้ฝึกสอนจักรยานเสือภูเขา และ นายอัถร ไชยมาโย ผู้ฝึกสอนจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ได้ร่วมประชุมกับ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อวางแนวทางในการตรวจร่างกายนักกีฬาเพื่อบันทึกข้อมูลที่สำคัญด้านต่าง ๆ ของนักปั่นแต่ละคนเป็นพื้นฐานในการวางแผนฝึกซ้อมนักกีฬาแต่ละคนในแต่ละช่วงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า สำหรับนักปั่นทีมชาติไทยชุดแรก ซึ่งเป็นชุดถนน จะนำร่องด้วยการตรวจเลือดนักกีฬาแต่ละคน เพื่อวัดทั้งขนาด, ความเข้มข้น และปริมาณของเม็ดเลือดแดงที่จะนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงพื้นฐานของนักกีฬาแต่ละคน และจะนำไปเปรียบเทียบกับผลการตรวจเลือดที่จะมีขึ้นในระหว่างการฝึกซ้อมเป็นระยะ ซึ่งก็จะเท่ากับว่าผู้ฝึกสอนจะสามารถวิเคราะห์และปรับแผนการฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละคนอันจะนำมาสู่การรีดศักยภาพของนักกีฬาออกมาได้สูงสุดในระหว่างการแข่งขัน รวมถึงการวางโร้ดแม็ปสร้างความสำเร็จของนักปั่นไทยในโครงการระยะยาว “โร้ด ทู ปารีส - ลอสแอนเจลิส” ที่ทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ วางยุทธศาสตร์ระยะยาวต่อเนื่องจากโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ไปถึงโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024 และโอลิมปิกเกมส์ ที่ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2028 


 “สำหรับในประเภทเสือภูเขาและบีเอ็มเอ็กซ์ คณะผู้ฝึกสอนจะไปพิจารณาว่าต้องการข้อมูลใดในสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการฝึกซ้อมให้เต็มประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งนอกเหนือจากการตรวจเลือดวัดค่าเม็ดเลือดแดงแล้ว สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ยังจะมีโครงการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ร่วมกับทั้งฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในเรื่องการนำองค์ความรู้ทุก ๆ ด้าน หรือสหวิทยาการ มาประยุกต์ใช้ในการฝึกซ้อมเตรียมทีม และจะลงลึกไปจนถึงการแข่งขันของนักปั่นไทยแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนของกีฬาจักรยานไทยอย่างเต็มที่” พลเอกเดชา กล่าว.