ทีมปั่นอาชีพสาวไทยเนื้อหอม ได้รับเชิญแข่งขันอีกที่เบลเยี่ยม

ทีมปั่นอาชีพสาวไทยเนื้อหอม ได้รับเชิญให้ร่วมการแข่งขันรายการ “ล็อตโต ไซคลิง เลดี้ส์ ทัวร์” ที่ประเทศเบลเยี่ยม ขณะที่ “บีซ-แพร” ซึ่งร่วมปั่นกับทีมอานดี้ ชเล็กซ์ จากลักเซมเบิร์ก ในศึก “แฟลนเดอร์ เลดี้ส์ คลาสสิค” เจอฝนกระหน่ำอย่างหนัก คณะกรรมการต้องยุติการแข่งขัน ด้าน “พลเอกเดชา” ชี้เป็นโอกาสดีของนักปั่นไทยที่ได้ร่วมแข่งขันกับทีมใหญ่ ส่วน “สราวุฒิ สิริรณชัย” รั้งอันดับ 11 เวลารวม และอันดับ 6 เอเชีย ในรายการ “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2019”

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตนเองได้รับรายงานจาก “โค้ชตั้ม” นายวิสุทธิ์ กสิยะพัท ในฐานะผู้จัดการทีม และหัวหน้าผู้ฝึกสอน ถึงความเคลื่อนไหวของนักกีฬาจักรยานทีมอาชีพหญิง “ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม” ที่อยู่ระหว่างไปตระเวนแข่งขันในทวีปยุโรป ล่าสุด “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์ กับ “แพร” เพชรดารินทร์ สมราช มีโอกาสได้ร่วมทีมผสมกับนักปั่นทีมอานดี้ ชเล็กส์ ทีมดังจากลักเซมเบิร์ก ลงแข่งขันรายการ “แฟลนเดอร์ เลดี้ส์ คลาสสิค” ที่ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในระดับ 1.2 ของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ระยะทาง 118 กม. โดยมีนักกีฬาระดับแถวหน้า 159 คน จาก 25 ทีมอาชีพชั้นนำร่วมชิงชัย

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า การแข่งขันรายการนี้ เส้นทางขี่วนเป็นรอบ มีฝนตกหนักตั้งแต่เริ่มสตาร์ต ทำให้นักกีฬาประสบอุบัติเหตุรถล้มเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงเส้นทางที่ปูด้วยก้อนหิน ช่วงแรกนักกีฬาของไทย 2 คนเกาะกลุ่มข้ามเขามาได้ 3 ลูก พอมาถึง กม. ที่ 70 เข้าเซอร์กิตในเมือง กลุ่มที่นำหน้าจะมาน็อกรอบกลุ่มใหญ่ คณะกรรมการจึงให้กลุ่มใหญ่ออกจากการแข่งขันทั้งกลุ่ม สรุปว่ามีนักกีฬาผ่านการตัดตัวแค่ 54 คน ส่วนอีก 105 คนโดนตัดออกจาการแข่งขันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ฝนได้ตกมาหนักมาก เส้นทางก็แคบ จนมองเกือบไม่เห็นทางข้างหน้า คณะกรรมการประเมินสถานการณ์ว่า หากปล่อยให้มีการแข่งขันต่อจะเกิดอันตรายกับนักกีฬา จึงตัดสินใจยุติการแข่งขันที่รอบแรก

นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวเสริมว่า หลังการแข่งขัน นายวิสุทธิ์ มีโอกาสได้พบกับประธานจัดการแข่งขันรายการ “ล็อตโต ไซคลิง เลดี้ส์ ทัวร์” ซึ่งเป็นระดับ 2.1 ยูซีไอ แข่งขันระหว่างวันที่ 10-13 ก.ย. ที่ประเทศเบลเยี่ยม เขายินดีเชิญทีมชาติไทยลงแข่งขันเป็นทีมสุดท้าย ทั้งที่รายการนี้ได้เตรียมการเอาไว้หมดแล้ว ทั้งในเรื่องทีมแข่งและงบประมาณ โดยฝ่ายจัดการแข่งขันยินดีส่งจดหมายเชิญอย่างเป็นทางมายังสมาคมกีฬาจักรยานฯ ให้เราส่งทีมร่วมแข่งขันได้เป็นทีมที่ 25 หากมีจดหมายยืนยันจากฝ่ายจัดว่าเราได้แข่งแน่นอน ตนก็จะให้ นายวิสุทธิ์ ดำเนินการเรื่องคืนที่พักและรถเช่า ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งกำลังจะหมดสัญญา แล้วหาที่พักกับเช่ารถใหม่ในประเทศเบลเยี่ยม ส่วนอีกรายการหนึ่งนักปั่นไทยจะแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ในวันที่ 25 ส.ค. นี้ แต่ไม่ใช่การแข่งขันของ ยูซีไอ

“กรณีของ จุฑาธิป และ เพชรดารินทร์ ที่ได้ร่วมลงแข่งขันกับทีมอานดี้ ชเล็กส์ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการพิสูจน์ฝีมือ และทำให้เรารู้ศักยภาพของตัวเองว่าขนาดไหน เพราะทีมอานดี้ ชเล็กส์ เป็นทีมใหญ่ มีชื่อเสียงมาก ส่วนทีมชาติไทย ก็ได้รับเชิญให้เข้าแข่งขันรายการ ล็อตโต ไซคลิง เลดี้ส์ ทัวร์ หากนักปั่นสาวไทยทำผลงานได้ดี ก็มีโอกาสที่จะเก็บแต้มสะสมในการควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ 2020 เพิ่มมากขึ้น” พลเอกเดชา กล่าว

“เสธ.หมึก” เผยอีกว่า นอกจากนี้ ร้อยตำรวจเอกอดิศักดิ์ วรรณศรี ในฐานะผู้จัดการทีม และหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมปั่นอาชีพชาย “ไทยแลนด์ คอนคิเนนตัน” ได้รายงานผลการแข่งขันรายการ “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2019” ระหว่างวันที่ 19-23 ส.ค. ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในระดับ 2.1 ของยูซีไอ เมื่อ 19 ส.ค. เป็นการแข่งขันสเตจที่ 1 ระยะทาง 182.7 กม. เส้นทางราบแต่มีลูกระนาดเยอะ มีนักปั่น 88 คนจาก 18 ทีมร่วมชิงชัย ผลปรากฏว่า สราวุฒิ สิริรณชัย เข้าเส้นชัยอันดับที่ 13 ด้วยเวลา 3.58.48 ชั่วโมง และได้อันดับที่ 3 ในการชิงเจ้าความเร็วจุดที่ 1 (IS1) ส่วนเวลารวม สราวุฒิ อยู่อันดับที่ 11 และอยู่อันดับ 6 ของเอเชีย ขณะที่แชมป์สเตจ ได้แก่ แองกัส ลีอองส์ นักปั่นออสเตรเลีย จากทีม โอลิเวอร์ส เรียล ฟู้ด เรซซิ่ง เวลา 3.55.48 ชั่วโมง

ด้าน ร้อยตำรวจเอกอดิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสเตจที่ 2 แข่งขันวันที่ 20 ส.ค. เริ่มเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เส้นทางจากเมืองมาดิอัน ไปยังเมืองโกตาบาลู ระยะทาง 157.8 กม. เป็นเส้นทางขึ้นลงเขาตลอด มีเจ้าความเร็วให้สปรินต์ 2 จุด และเจ้าภูเขาให้เก็บอีก 2 จุด ซึ่งนักปั่นไทยก็มีความหวังจาก สราวุฒิ โดยเรามีเป้าหมายต้องการแย่งชิงตำแหน่ง “เบสต์ เอเชี่ยน” ตอนนี้ สราวุฒิ ตามหลังผู้นำเอเชียอยู่ 2.48 นาที ขณะที่คนอื่น ๆ ได้แก่ ธนาคาร ไชยยาสมบัติ, ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์, พีระพล ชาวเชียงขวาง และ “อเล็กซ์” อาริยะ พูลสวัสดิ์ ต่างก็ปั่นขึ้นเขาได้ดี มีโอกาสที่ติด 1 ใน 3 “เจ้าภูเขา” ทั้งสองจุด.