ปั่นเสมือนจริง E-Cycling กระแสแรงทั่วโลก ทัวร์ เดอ ฟรานซ์ ที่ฝรั่งเศส จัดแข่งขันด้วย เสธ.หมึก ชี้สองล้อไทยมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ปั่นในบ้าน ต้านโควิด ดำเนินการมาก่อนใคร อนาคตอาจจัดในศึก ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์

“สองล้อ” เตรียมส่งนักปั่นอาชีพชาย “ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม” และทีมชาติไทย ร่วมแข่งขันจักรยานในโลกเสมือนจริง หรือ E-Cycling รายการ “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020 เวอร์ชวล เรซ” ที่ประเทศอินโดนีเซีย จัดขึ้นมาทดแทน “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020” ที่ต้องยกเลิกไปเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ไวรัสโควิด-19” ขณะที่ “ทัวร์ เดอ ฟรานซ์” รายการที่ยิ่งใหญ่ของโลกก็ขัดแข่งขัน E-Cycling ด้วยเช่นกัน โดยใช้แอปพลิเคชันสวิฟต์ (Zwift) ด้าน “พลเอกเดชา” เผยสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เดินมาถูกทาง และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล จัดกิจกรรม “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” มาตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว ก่อนฝรั่งเศสและอินโดนีเซีย รวมทั้งในอนาคตอาจจะนำมาใช้ในศึกสองล้อทางไกล “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” หากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย


“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการแข่งขันจักรยานไปทั่วโลก แม้กระทั่งจักรยานทางไกล “ทัวร์ เดอ ฟรานซ์ 2020” หรือ “ตูร์ เดอ ฟรองซ์” รายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ที่ประเทศฝรั่งเศส ยังต้องเลื่อนการแข่งขันจากเดิมในเดือนกรกฎาคม ไปเป็นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม - 20 กันยายน 2563 และในขณะเดียวกันความนิยมในการแข่งขันจักรยานเสมือนจริง หรือ E-Cycling ก็เพิ่มมากขึ้นในทั่วทุกมุมโลก


พลเอกเดชา กล่าวว่า ล่าสุด ได้รับการยืนยันแล้วว่า จักรยานทางไกล “ทัวร์ เดอ ฟรานซ์ 2020” มีแผนที่จะจัดการแข่งขันรายการพิเศษ “ทัวร์ เดอ ฟรานซ์ เวอร์ชวล” จำนวน 6 สเตจ โดยใช้แอปพลิเคชันสวิฟต์ (Zwift) ที่ทางสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ใช้เป็นแอปพลิเคชันหลักจัดกิจกรรม “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” ตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันรายการ “ทัวร์ เดอ ฟรานซ์ เวอร์ชวล” จะจัดในช่วงสุดสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 โดยมีทีมอาชีพระดับสูงสุดของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ฝ่ายชายจำนวน 23 ทีม และฝ่ายหญิง 17 ทีม ส่งชื่อเข้าแข่งขันทีมละ 4 คนในเส้นทางและวันเวลาดังต่อไปนี้ วันที่ 4 ก.ค. วาโทเปีย ฮิลลี่ 36.4 กม., วันที่ 5 ก.ค. วาโทเปีย เมาเท่น 29.5 กม., วันที่ 11 ก.ค. ฟรานซ์ อาร์จีวี 48 กม., วันที่ 12 ก.ค. ฟรานซ์ คาสเซ-แพตเตส 45.8 กม., วันที่ 18 ก.ค. มองต์ วองตูซ์ 14.9 กม. และวันที่ 19 ก.ค. ปารีส ฌอง เอลิเซ่ 42.8 กม.


ขณะเดียวกัน พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯได้รับเชิญจากสหพันธ์จักรยานอินโดนีเซีย ให้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันเสมือนจริง “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020 เวอร์ชวล เรซ” ที่จะจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน ศกนี้ แทนที่การแข่งขัน “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020” ที่เดิมมีกำหนดการแข่งขันเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เป็นการปรับรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของโลก หรือเรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันจักรยานแบบ New Normal นับว่า สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้เดินมาถูกทางแล้ว และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทั้งนี้เราเล็งเห็นว่าการแข่งขัน E-Cycling กำลังได้รับความนิยม จึงร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” ประเดิมครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา เรามีการวางแผนมาตั้งแต่ต้น จัดแข่งขันก่อน “ทัวร์ เดอ ฟรานซ์ เวอร์ชวล” และ “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020 เวอร์ชวล เรซ” เมื่อทั่วโลกหันมาแข่งขันแบบ E-Cycling กันมากขึ้น สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็สามารถจัดแข่งขันได้ทันที


“ล่าสุด สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ปรับปรุงห้องประชุมใหม่ มีอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัย สามารถประชุมทางไกลผ่านแอปพลิเคชันซูม (Zoom) ได้ทั่วโลก รวมทั้งประชุมร่วมกับสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) และ สมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (เอซีซี) ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังให้นักกีฬาลงแข่งขัน E-Cycling ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ทุกรายการที่เราได้รับเชิญ ให้เข้าร่วม ขณะเดียวกันอาจจะจัดการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020 ในอนาคต หากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย และยังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่” พลเอกเดชา กล่าว

นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมการแข่งขัน “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020 เวอร์ชวล เรซ” ระบุว่าเป็นการแข่งขันที่บรรจุในปฏิทินการแข่งขันของ สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) มีทั้งหมด 5 สเตจ ในการนี้ สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ จะส่งทีมอาชีพของไทยคือ “ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม” และทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขัน แต่การคัดเลือกนักปั่นในทีมก็จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากจะสามารถส่งชื่อได้เพียง 4 คน แต่นักปั่นในทีม “ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิงทีม” และทีมชาติไทย ต่างก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงเวลาที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ จัดกิจกรรม “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา


“หลังจากที่ได้รับหนังสือเชิญ ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็ได้ตอบรับไปยังอินโดนีเซียทันที ขณะเดียวกัน ก็ได้สั่งการให้ฝ่ายเทคนิคของสมาคฯ เร่งศึกษารายละเอียดในการเข้าร่วมการแข่งขัน เนื่องจากทางอินโดนีเซียใช้แอปพลิเคชันรูวี่ (Rouvy) ที่ทางไทยเราไม่คุ้นเคยเนื่องจากที่ผ่านมาใช้แอปพลิเคชันสวิฟต์ (Zwift) ในการจัดกิจกรรมและฝึกซ้อมในระหว่างการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาโดยตลอด นอกจากนี้ ก็ยังจะต้องจัดเตรียมความพร้อมด้านเทคนิคอื่น ๆ ตามข้อกำหนดการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นระบบอินเทอร์เนต ระบบการประชุมทางไกลในแอปพลิเคชันซูม (Zoom) การใช้สมาร์ทเทรนเนอร์ ระบบภาพและเสียงที่จะต้องถ่ายทอดนักปั่นแต่ละคนออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนตตลอดเวลาการแข่งขัน นอกเหนือไปจากการเริ่มฝึกซ้อมเส้นทางในแอปพลิเคชันรูวี่ ที่ทางอินโดนีเซียใช้ทั้ง 5 สเตจให้พร้อมที่สุดก่อนที่จะถึงเวลาการแข่งขันจริง” พลเอกเดชา กล่าว 

ทั้งนี้ พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแข่งขัน “ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020 เวอร์ชวล เรซ” ทางอินโดนีเซียแจ้งว่า จะดำเนินการถ่ายทอดสดทั้งยูทูบ, เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ตลอดการแข่งขัน 5 สเตจ ในขณะเดียวกันสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ก็จะดำเนินการถ่ายทอดสดเจาะจงเฉพาะเกมการแข่งขันของขุนพลนักปั่น “ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม” ทั้ง 4 คนรวมถึงการแก้เกม การสั่งการตลอดการแข่งขันของ “โค้ชตั้ม” พันจ่าอากาศเอก วิสุทธิ์ กสิยะพัท และทีมงาน คู่ขนานไปตลอดการแข่งขันให้แฟนกีฬาสองล้อไทยได้ชมแน่นอน โดยจะถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กของสมาคมฯ Thaicycling Association

“ทั้งการจัดทัวร์ เดอ ฟรานซ์ เวอร์ชวล และ ทัวร์ เดอ อินโดนีเซีย 2020 เวอร์ชวล เรซ ซึ่งเป็นการจัดแข่งขันเสมือนจริงดังกล่าว ก็เป็นโอกาสอันดีที่ฝ่ายเทคนิคของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ จะได้สังเกตการณ์และเก็บข้อมูลที่จำเป็นนำมาใช้ในอนาคตที่เราจะต้องเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน E-Cycling รวมถึงอาจจะนำมาใช้ในการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020 ในกรณีที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงรุนแรงส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการใช้ชีวิตโดยปกติของประชากรโลกจนกว่าจะสามารถค้นคว้าวัคซีนป้องกันสำเร็จต่อไป” พลเอกเดชา กล่าวในตอนท้าย.