ปั่นปลอดภัย ไประยองฮิ พร้อม 100% เสธ.หมึก ยึด 5 มาตรการ ศบค. เคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดระยอง

กิจกรรม “ปั่นปลอดภัย ไประยองฮิ” มีความพร้อม 100% ด้าน “พลเอกเดชา” มอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ และกรรมการผู้ตัดสินของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ “Bike Marshall” ควบคุมขบวน ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal ยึด 5 มาตรการของ ศบค. เคร่งครัด มีการรักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัส ลดความแออัด จำกัดจำนวนคน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อีกทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจของชาวจังหวัดระยองให้กลับมาคึกคักดังเดิม

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่ สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้รับมอบหมายจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ให้ร่วมจัดกิจกรรมกีฬา “ปั่นปลอดภัย ไประยองฮิ” #RayongHi #TripNewNormal ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม นี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดระยอง ล่าสุด ตนได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ และกรรมการผู้ตัดสินที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ “Bike Marshall” ควบคุมในขบวนกิจกรรมครั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ห้องประชุมใต้อัฒจันทร์สนามฟุตบอล ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง


พลเอกเดชา กล่าวว่า การประชุมดังกล่าว ตนได้มอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ และกรรมการผู้ตัดสินทุกคนว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ จัดกิจกรรมในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal ยึด 5 มาตรการที่ ศบค. กำหนดอย่างเคร่งครัด คือ ล้างมือ ใส่หน้ากาก รักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัส ลดความแออัด และจำกัดจำนวนคน ดังนั้นรูปแบบขบวนการปั่นก็จะต้องจัดให้มีการเว้นระยะห่าง โดยจะแบ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละกลุ่มจะมีระยะห่างกันอย่างน้อย 15 เมตร ในหนึ่งกลุ่มจะมี 17 แถว แต่ละแถวมีระยะห่างกัน 1.5 เมตร และในหนึ่งแถวจะมีนักปั่น 6 คน แต่ละคนจะมีระยะห่างกัน 1.5 เมตร ซึ่งทุกกลุ่มกรรมการผู้ตัดสินที่เป็น“Bike Marshall” จะขี่รถจักรยานยนต์ประกบด้านข้าง พร้อมกับใช้โทรโข่งประกาศเตือนผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้รักษาระยะห่าง ไม่ให้ใกล้ชิดกันเกินไป รวมทั้งควมคุมไม่ให้แตกขบวนเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ

นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 1,500 คน แบ่งเป็น ระยะ 15 กม. จำนวน 360 คน และระยะ 30 กม. จำนวน 1,140 คน เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 12.00 น. เริ่มปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง เวลา 15.00 น. โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยขบวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้จะมีนักปั่นกลุ่ม VIP จากหัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัดระยอง, กระทรวงสาธารณสุข, การกีฬาแห่งประเทศไทย, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นักกีฬาทีมชาติไทย และศิลปินดารานักร้องมาร่วมปั่นด้วย


พลเอกเดชา กล่าวต่อไปว่า ส่วนกิจกรรมวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 1,500 คน แบ่งเป็น ระยะ 50 กม. จำนวน 800 คน และระยะ 100 กม. จำนวน 700 คน เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 05.00 น. เริ่มปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง เวลา 08.00 น. โดยมีกลุ่มนักปั่น VIP อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, หัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัดระยอง, กระทรวงสาธารณสุข, การกีฬาแห่งประเทศไทย, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, นักกีฬาทีมชาติไทย ได้แก่ ร้อยโทหญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์, ร้อยเอกหญิง จันทร์เพ็ง นนทะสิน, สิบตรีหญิง ศุภักษร นันตะนะ, สิบตรีหญิง เพชรดารินทร์ สมราช, น.ส.ชนิภรณ์ บัตริยะ, ร้อยตำรวจโท ธุรกิจ บุญรัตนธนากร, สิบตรี สราวุฒิ สิริรณชัย, สิบตรี ธนาคาร ไชยยาสมบัติ, สิบตำรวจตรี นวุติ ลี้พงษ์อยู่ รวมทั้งนักปั่นเซเลปสาวอย่าง “น้องสอง” รวิรัฐ ศรีโสภา, “น้องยุ้ย” วดี ศรีจารุพฤกษ์ นอกจากนี้ยังมีศิลปินดารานักร้องที่เป็นนักปั่นเข้าร่วมกิจกรรมด้วยเช่นกัน


“ตอนนี้การเตรียมการทุกด้านมีความพร้อม 100 % ทั้งเส้นทางการปั่น การจัดการด้านจราจร การดูแลรักษาความปลอดภัย การรักษาพยาบาล นอกจากนี้ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ได้ตั้งจุดคัดกรองผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเอาไว้ทั้งหมด 6 จุด โดยจะมีเครื่องเทอร์โม สแกน ที่เป็นกล้องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายประจำอยู่ทุกจุด มีการให้ลงทะเบียนในแอปพลิเคชันไทยชนะ มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจักรยานและอุปกรณ์ต่าง ๆ มีการรักษาระยะห่างไม่ให้เกิดความแออัด คาดว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชาวจังหวัดระยองให้กลับมาคึกคักดังเดิม อีกทั้งจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดระยองอย่างมั่นใจ” พลเอกเดชา กล่าว

สำหรับเส้นทางการปั่นในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ระยะ 15 กม. สตาร์ทจากสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง – เข้าซอยกรอกยายชา - เลี้ยวซ้ายไปคลองตากวน - เลี้ยวซ้ายเข้าหาดสุชาดา - ตรงไปผ่านหาดแสงจันทร์ - แยกนางยักษ์ - เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุขุมวิท -มุ่งหน้าเข้าเส้นชัยในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง คาดว่าจะใช้เวลาปั่น 1 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเวลา 16.00 น. ส่วนระยะ 30 กม. เริ่มสตาร์ทจากสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง เข้าซอยกรอกยายชา – เลี้ยวซ้ายไปคลองตากวน - เลี้ยวซ้ายเข้าหาดสุชาดา - ตรงไปผ่านหาดแสงจันทร์ - แยกนางยักษ์ - ตรงไปหาดแหลมเจริญ ซึ่งกำหนดไว้เป็นจุดพักขบวน โดยขบวนจะหยุดพักบริเวณนี้เป็นเวลา 20 นาที นักปั่นจะพักรับประทานอาหารว่าง ผลไม้ และน้ำดื่ม – เมื่อได้เวลาแล้วจะเคลื่อนขบวนเดินทางต่อไปผ่านวัดปากน้ำ -เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนระยองวิทยาคม - ผ่านวัดลุ่ม - เลี้ยวซ้ายแยกหอนาฬิกาเข้าสู่ถนนสุขุมวิท - ตรงไปผ่านวัดป่าประดู่ - โรงพยาบาลระยอง - โรงแรมดีวารี - ห้างแหลมทอง – ตรงผ่านแยกพีเอ็มวาย – เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นชัยในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเวลา 17.00 น. 


ด้านเส้นทางการปั่นในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม ระยะ 50 กม. หลังออกจากสนามกีฬากลางจังหวัดระยองมาแล้ว - เลี้ยวขวาย้อนศรเข้าสู่ถนนสุขุมวิท - เข้าสู่เส้นทางปกติที่แยกพีเอ็มวาย - ผ่านห้างแหลมทอง - โรงแรมดีวารี - โรงพยาบาลระยอง - สถานีตำรวจทางหลวงระยอง - ผ่านแยกไออาร์พีซี - เลี้ยวขวาสี่แยกตลาดตะพง - เข้าสู่ถนนเลียบหาดแม่รำพึง - ไปยังลานหินขาว ซึ่งกำหนดไว้เป็นจุดพักขบวน โดยขบวนจะหยุดพักบริเวณนี้เป็นเวลา 20 นาที นักปั่นจะพักรับประทานอาหารว่าง ผลไม้ และน้ำดื่ม– หลังจากนั้นขบวนจะมุ่งหน้าไปอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - เลี้ยวซ้ายแยกมาบข่า - ผ่านโรงเรียนเทศบาล 2 - ผ่านวัดในไร่ - ผ่านสี่แยกวัดช้างชนศิริราษฎร์บำรุง - ผ่านศาลาแดง - เลี้ยวซ้ายถนนสุขุมวิท - ตรงไปผ่านสี่แยกตลาดกลางผลไม้ตะพง - มุ่งหน้าเข้าจังหวัดระยอง - ตรงไปผ่านวัดป่าประดู่ - โรงพยาบาลระยอง - โรงแรมดีวารี - ห้างแหลมทอง - ตรงผ่านแยกพีเอ็มวาย – เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นชัยในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเวลา 11.00 น. 


ส่วนเส้นทางระยะ 100 กม. ช่วง 19 กม. แรกจะใช้เส้นทางเดียวกับระยะ 50 กม. และไปพักขบวนที่ลานว่างปากทางเข้าวัดช้างชนศิริราษฎร์บำรุง ขบวนจะหยุดพักบริเวณนี้เป็นเวลา 20 นาที นักปั่นจะพักรับประทานอาหารว่าง ผลไม้ และน้ำดื่ม ก่อนมุ่งหน้าไปอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าเช่นเดียวกัน แต่จะปั่นแยกออกไปยังตลาดบ้านเพ - ผ่านหาดสวนสน - โค้งท่าเรือแกลง - เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าถนนสุขุมวิท -เลี้ยวซ้ายแยกวัดศรีวโนภาสสถิตย์พร – เลี้ยวขวาแยกต้นลำดวน - ผ่านหน้านิคมอุตสาหกรรมหลักชัย - ตรงไปผ่านเดอะ ปาร์ค แอดแวนเจอร์ – เลี้ยวซ้ายข้างเดอะ ปาร์ค แอดแวนเจอร์ – ผ่านหมู่บ้านเกษตรศิริ - เลี้ยวขวาผ่านวีคาเฟ่ – เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนนาตาขวัญสังขฤกษ์ – หน้าอบต.นาตาขวัญ ซึ่งเป็นจุดพักขบวน เพื่อบริการน้ำดื่ม อาหารว่างแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จุดที่ 2 ใช้เวลาพักขบวนประมาณ 20 นาที – เลี้ยวขวาแยกบ้านแลง - ผ่านแยกบ้านดอน – เลี้ยวขวาลอดใต้สะพานทางแยกเฮ้าส์ซิ่ง (บ้านพักพนักงานไออาร์พีซี) – ผ่านหน้าห้างเซนทรัล - เลี้ยวซ้ายแยกทับมา - เลี้ยวขวาสี่แยกพีเอ็มวาย – เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นชัยในสนามกีฬากลางจังหวัดระยอง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง เสร็จสิ้นเวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม สามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อและหมายเลขประจำตัวของแต่ละคนได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th และที่เฟซบุ๊ก Thaicycling Association นอกจากนั้นในวันที่เข้าร่วมกิจกรรมขอให้พกบัตรประชาชนติดตัวมาด้วย เพื่อยืนยันตัวตนในการรับของที่ระลึก ผู้ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จะไม่มีสิทธิ์เข้าพื้นที่จัดกิจกรรม.