ยูซีไอ ออกบทเฉพาะกาลให้สองล้อไทย จัดแข่ง ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ ในระดับ 2.1

“ยูซีไอ” ชื่นชมสองล้อไทย ออกบทเฉพาะกาลให้เดินหน้าจัด “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์” ในระดับ 2.1 แม้ทีมที่มาแข่งขันจะประสบปัญหาเรื่องเที่ยวบิน ด้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้เดินทางมาร่วมประชุมกับจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” ซึ่งแข่งขันระหว่างวันที่ 6-16 ตุลาคม เส้นทางจากจังหวัดสมุทรสงคราม-เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง-สุราษฎร์ธานี ซึ่งจังหวัดต่าง ๆ ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการรองรับการแข่งขัน แม้ว่าจะยังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ตาม ปัจจัยสำคัญคือความเชื่อมั่นของแต่ละจังหวัด ในมาตรการที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ดำเนินตามมาตรการสาธารณสุขที่กำหนดขึ้นอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่สังคมไทยในระดับสูงสุด ทั้งในเรื่องการตรวจเชื้อก่อนการเดินทางของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมอาชีพต่างประเทศ การทำประกันโควิด-19 และที่สำคัญก็คือมาตรการกักตัว 14 วันสำหรับนักปั่นและเจ้าหน้าที่ต่างชาติ ตลอดจนผู้ตัดสินนานาชาติ ที่จะเดินทางมาร่วมการแข่งขัน จะไม่มีการยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น



“ตลอดระยะเวลาหลังจากที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้รับอนุมัติให้จัดการแข่งขันได้ ต้องยอมรับว่าการเชิญทีมต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขัน เป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ก็ต้องขอขอบคุณไปยังทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค., สภาความมั่นคงแห่งชาติ, กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ ที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือในการดำเนินการทั้งการจัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด การจัดทำวีซ่าสำหรับนักปั่นและเจ้าหน้าที่ต่างชาติ ในช่วงเวลาที่จำกัดมาก รวมถึงมีข้อจำกัดด้านอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรคอีกมากมาย” พลเอกเดชา กล่าว

นายกสองล้อไทย กล่าวต่อไปว่า แม้กระทั่งหัวหน้าผู้ตัดสิน มร.เฟรดเดอริก ชาน จากฮ่องกง ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ก็อาจจะเดินทางมาไม่ทัน หรืออาจมาไม่ได้เลยเนื่องจากปัญหาไฟลต์บิน ซึ่งทางสมาคมกีฬาจักรยาน ฯ ก็ได้เตรียมแผนรับมือด้วยการเสนอไปยังยูซีไอให้ มร.มาร์ติน บรูอิน ผู้ตัดสินนานาชาติจากเนเธอร์แลนด์ หรือ นายณัฐพงศ์ โลหิตนาวี ผู้ตัดสินนานาชาติชาวไทยรับหน้าที่แทน ส่วนทางการแข่งขันทีมหญิงที่จะมีทีมโคนัลโก ซีเอ็ม จากโคลอมเบีย และเคจีบีจากอินโดนีเซียไม่มีปัญหาใด ๆ เรื่องเอกสารและการเดินทางเนื่องจากการแข่งขันอยู่ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม ไม่มีปัญหาที่ทีมจะต้องเดินทางมายังเมืองไทยภายในวันที่ 28 กันยายน เพื่อเข้ากักตัว 14 วันก่อนการแข่งขัน


พลเอกเดชา กล่าวเสริมอีกว่า สำหรับทีมอาชีพที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ในประเภททีมชายประกอบด้วย นิปโป เดลโก ทีมอาชีพระดับโปรทีมจากฝรั่งเศส, ไบค์ เอด (เยอรมนี) และ โปรทัช (แอฟริกาใต้) อยู่ระหว่างดำเนินการเอกสารวีซ่ากับสถานทูตไทยเพื่อเตรียมเดินทางมายังเมืองไทยภายในไม่เกินวันที่ 20 กันยายน เพื่อเข้ากักตัวในโรงแรมรัตนโกสินทร์ แต่ก็น่าเสียดายที่สองทีมอาชีพฟิลิปปินส์ ทั้งโก ฟอร์ โกล์ และเซเว่น อีเลเว่น คลิก ไม่สามารถเดินทางมาร่วมการแข่งขันได้ เนื่องจากติดปัญหาไม่มีไฟลต์บินตรงจากฟิลิปปินส์มายังเมืองไทย และถูกห้ามเข้าประเทศทั้งมาเลเซีย และสิงคโปร์ ไม่สามารถต่อเครื่องบินใน 2 ประเทศนี้ได้ แต่ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องระดับการแข่งขันที่จะยังคงเป็นการแข่งขันในระดับ 2.1 ของยูซีไอ เนื่องจากทางยูซีไอ ออกบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับในห้วงเวลาการแพร่ระบาดไวรัสที่ส่งผลในเรื่องการเดินทางข้ามแดนทั่วทุกมุมโลก”

ขณะที่ทีมอื่น ๆ ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันประกอบด้วย ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม, ทีมชาติไทย ร่วมกับทีมรวมนักปั่นอาชีพที่เข้ามาฝึกซ้อมในไทยและยังกลับประเทศไม่ได้ ประกอบด้วย มาสเตอร์ เทรดทีม, เมน อิน แบล็ค ซึ่งต่างก็มีนักปั่นชั้นนำจากฝรั่งเศส สวีเดน สหรัฐ มารวมทีมเฉพาะกิจ จะได้มาประชันฝีเท้ากับทีมนักปั่นระดับสโมสรของไทย ประกอบด้วย วูดแลนด์ ไซคลิง, แกรนต์ ธอร์นตัน ไซคลิงทีม, รู้ใจดอตคอม, ออลสตาร์ ไทยแลนด์ และ ฟิชเชอร์แมนเฟรนด์


ส่วนการแข่งขันประเภททีมหญิงประกอบด้วย  ไทยแลนด์ วีเมนส์ ไซคลิง ทีม ทีมระดับอาชีพสาวไทย, โคนัลโก เอสเอ็ม (โคลอมเบีย), เคจีบี (อินโดนีเซีย), ยูไนเต็ด ไซคลิง ทีม ทีมผสมนักปั่นอาชีพหญิงจากรัสเซีย สวีเดน ฟินแลนด์ ออสเตรเลียในเมืองไทย, รวมกับทีมระดับสโมสรของไทย ประกอบด้วย ฟิชเชอร์แมนเฟรนด์, ไพรม์ 19, อีเอ็น เคเคยู, เวนน์ ไซคลิง, ทีซีพี และ คิตเช่น ควีนส์

สำหรับการประชุมการเตรียมความพร้อมวันที่สอง ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” โดยมีผู้แทนหน่วยงานและหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ห้องประชุมโยธิน โรงแรมหาดทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


นายภิรมย์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า ที่ผ่านมาเราเคยประชุมมาแล้วเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว เรามีความพร้อมเกือบ 100% การประชุมวันนี้ถือเป็นการทบทวนขั้นตอนต่าง ๆ ขอให้ทุกหน่วยงานในจังหวัดรับไปปฏิบัติด้วยความรอบคอบรัดกุม แก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของเส้นทางแข่งขันต้องมีความปลอดภัย และปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม โดยทุกหน่วยงานจะต้องยึดนโยบายหลัก 3 ประการคือ สะอาด สะดวก ปลอดภัย เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเพื่อให้การแข่งขันสมบูรณ์แบบที่สุด ขอขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่มาจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2020” ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึง 2 สเตจ เพราะประโยชน์ที่จะได้รับคือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย และการที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก และยูทูป ถือเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ส่วนมาตรการต่าง ๆ ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ หลังจากได้ชมวีดิทัศน์แล้ว ทำให้มีความมั่นใจว่ามีความพร้อมมาก ทั้งเรื่องมาตรการจัดการแข่งขัน มาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ทางจังหวัดยินดีให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนทุกด้าน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สำหรับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะร่วมจัดการแข่งขัน 2 สเตจ คือ สเตจที่ 2 ในวันที่ 7 ตุลาคม ระยะทาง 108.45 กิโลเมตร เริ่มสตาร์ตจากพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ ในอุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน-เข้าอำเภอปราณบุรี-หาดสามร้อยยอด-อำเภอกุยบุรี-ตำบลบ่อนอก-อ่าวน้อย-เขาช่องกระจก- เข้าเส้นชัยที่สวนสาธารณะสราญรมย์ ถนนเลียบอ่าวประจวบคีรีขันธ์  ส่วนสเตจที่ 3 ในวันที่ 8 ตุลาคม รวมระยะทาง 200.80 กิโลเมตร เริ่มสตาร์ตจากหน้าสวนสราญรมย์-ผ่านอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ-ชายทะเลบ้านกรูด-อำเภอปะทิว จ.ชุมพร-เข้าเส้นชัยที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร โดยพิธีปล่อยตัวนักกีฬาทั้ง 2 สเตจ พลเอกเดชา จะมอบจักรยานให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดารตามโรงเรียนต่าง ๆ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 50 คัน และศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์) จำนวน 50 คัน