โกเมธ ฟิตเต็มร้อย พร้อมล่าแชมป์ BMX สนามแรก ก่อนลุยศึก เวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอส ที่ประเทศเยอรมนี พร้อมกับ ชุติกาญจน์-วรัญญา เพื่อล่าตั๋วไปโอลิมปิก

“โกเมธ สุขประเสริฐ” ฟิตเต็มร้อย พร้อมลงสนามล่าแชมป์ในศึกบีเอ็มเอกซ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามแรก ที่จังหวัดสุพรรณบุรี วัน 27-28 ก.พ. ก่อนเดินทางไปลุย “บีเอ็มเอ็กซ์ เวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอส 2021” ที่ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค. ร่วมกับ “ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร” และ “วรัญญา แซ่แต้” เพื่อเก็บคะแนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้านนักปั่นจากสโมสรต่าง ๆ เกือบ 400 คน ลงฝึกซ้อมกันอย่างคึกคักหวังประเดิมแชมป์สนามแรกให้ได้

 “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้จัดการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2564 ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal ประเดิมนัดปฐมฤกษ์ สนามที่ 1 ที่สนามเสมอกัน เซอร์กิต จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ ล่าสุด เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ มีบรรดานักปั่นจากชมรมและสโมสรต่าง ๆ เข้าไปฝึกซ้อมเกือบ 400 คน ทำให้บรรยากาศภายในสนามคึกคักมาก ซึ่งทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์สนามแรกนี้ให้ได้


พลเอกเดชา กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด สนามแข่งขันจะปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมด เปิดให้มีการเข้า-ออกทางเดียว พร้อมจัดให้มีจุดคัดกรองถึง 2 ชั้น โดยชั้นแรกจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิตั้งแต่ทางเข้าสนามเสมอกัน เซอร์กิต ทุกคนที่เข้าสนามจะต้องมีการวัดอุณหภูมิร่างกายโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ชั้นที่ 2 เป็นการคัดกรองแบบเข้มข้น มีการตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติด้วย QR Code และต้องสแกน “ไทยชนะ” เพื่อเช็คอิน และดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” มีการวัดอุณหภูมิร่างกายอีกหนึ่งรอบ มีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จักรยาน ส่วนนักกีฬาก็ต้องล้างเท้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเช่นเดียวกัน

“ในส่วนของผู้ชมที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ประจำทีม สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะอนุญาตให้เข้าสนามได้วันละไม่เกิน 300 คน โดยจะมีสติกเกอร์ติดที่เสื้อ หากครบจำนวน 300 คนแล้ว จะไม่อนุญาตให้เข้ามาในสนามเพิ่มอีก แต่จะให้ชมผ่านโทรทัศน์วงจรปิดด้านนอก หรือชมการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ ส่วนนักกีฬาหากแข่งขันเสร็จแล้วให้กลับบ้านทันที รวมทั้งต้องรักษามาตรการหลัก 5 ข้อ คือ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้นตอนซ้อมและลงแข่งขัน ต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ มีการรักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัส และไม่อยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ขณะที่การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ จะไม่มีการทำพิธีมอบเหรียญรางวัล แต่จะให้นักกีฬาหยิบเหรียญรางวัลมาคล้องคอเอง พร้อมหยิบใบประกาศนียบัตรและช่อดอกไม้จากถาดที่วางไว้บนแท่น เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัส” พลเอกเดชา กล่าว


นายกสองล้อไทย กล่าวอีกว่า สำหรับการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ จะมีพิธีเปิดการแข่งขันเวลา 08.30 น. โดยได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี จากนั้นเริ่มแข่งขันรอบคัดเลือกทุกรุ่น ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ชมทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และช่องยูทูบ Thaicycling Association สองช่วง คือช่วงแรก เวลา 09.00-12.00 น. และช่วงสอง เวลา 13.00-15.30 น. ส่วนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ จะเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทุกรุ่น มีการถ่ายทอดสดให้ชมตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น.

 ด้าน “เอ้” สิบตรี โกเมธ สุขประเสริฐ นักปั่นจากทีมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เจ้าของ 2 เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และเจ้าของแชมป์ประเทศไทย รุ่นประชาชนชาย 2 สมัยติดต่อกัน ได้มาฝึกซ้อมอย่างมุ่งมั่น จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ว่า สนามนี้ตนเองเตรียมตัวฟิตซ้อมมาอย่างดี ซ้อมติดต่อกันมายาวนานตั้งแต่ปิดฉากสนามที่ 5 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ก็ซ้อมมาตลอดไม่ได้หยุดพักเลย เรียกว่ามีความฟิต 100 % พร้อมที่จะล่าแชมป์บีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามแรกมาครอง ตอนนี้วางเป้าหมายเอาไว้ว่าจะกวาดแชมป์ทุกสนาม เพื่อที่จะคว้าแชมป์ประเทศไทย และได้ครองถ้วยพระราชทานฯ เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน แต่ก็จะไม่กดดันตัวเองมากจนเกินไป


โกเมธ กล่าวอีกว่า หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันสนามที่ 1 นี้แล้ว ตนก็เตรียมตัวไปแข่งขันจักรยาน “บีเอ็มเอ็กซ์ เวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอส 2021” ที่ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคม เพื่อเก็บคะแนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับนักกีฬาหญิงอีก 2 คน คือ “ฟ้า” น.ส.ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร และ “มิ้ง” น.ส.วรัญญา แซ่แต้ ซึ่งทางด้าน “โค้ชบอส” อัถร ไชยมาโย ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กับ มร.อดัม แครี่ ผู้ฝึกสอนชาวออสเตรเลีย ได้วางโปรแกรมการฝึกซ้อมเอาไว้อย่างเข้มข้น มีทั้งการซ้อมในสนาม และการเล่นเวตเทรนนิ่ง ซึ่งตนจะพยายามหน้าที่ให้ดีที่สุด

 อนึ่ง นักกีฬาที่จะลงแข่งขันจะต้องทำบัตรอนุญาตการแข่งขัน หรือ ไลเซนส์ (License) และต้องการทำประกันอุบัติเหตุด้วย โดยสมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ประสานงานกับ บริษัท รู้ใจ จำกัด หรือประกันภัย “รู้ใจ” มาตั้งบูธให้บริการในวันแข่งขัน นักกีฬาสามารถทำประกันอุบัติเหตุในราคา 60 บาท ซึ่งกรมธรรม์จะครอบคลุมตลอดการแข่งขันทั้ง 2 วัน หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th