สงขลา ยืนยันเดินหน้าจัดศึกสองล้อ ถนน-เสือภูเขา ชิงแชมป์ ปทท.สนาม 2 วางมาตรการป้องกันโควิด-19 เข้มข้น เสธ.หมึก แจ้งนักปั่นรีบสมัครด่วน !!

 “นายอำพล พงษ์สุวรรณ” รอง ผวจ.สงขลา ประกาศเดินหน้าจัดศึกถนนและเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามที่ 2 ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 23-25 เม.ย. ยืนยันไม่ยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขันอย่างแน่นอน พร้อมวางมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด หวังเป็นต้นแบบในการจัดกีฬารายการระดับชิงแชมป์ประเทศให้แก่จังหวัดอื่น…

 “นายอำพล พงษ์สุวรรณ” รอง ผวจ.สงขลา ประกาศเดินหน้าจัดศึกถนนและเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามที่ 2 ที่จังหวัดสงขลา วันที่ 23-25 เม.ย. ยืนยันไม่ยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขันอย่างแน่นอน พร้อมวางมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด หวังเป็นต้นแบบในการจัดกีฬารายการระดับชิงแชมป์ประเทศให้แก่จังหวัดอื่น ๆ เหมือนกับที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ถูกยกให้เป็นสมาคมกีฬาต้นแบบที่จัดแข่งขันแบบ New Normal ด้าน “เสธ.หมึก” เผยมาตรการของสมาคมกีฬาจักรยานฯ เป็นตัวอย่างให้แก่หลาย ๆ สมาคมนำไปประยุกต์ใช้ สำหรับสนามที่ 2 นี้จัดแบบจำกัดจำนวนคน ขอให้แฟนจักรยานติดตามชมจากการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ Thaicycling Association รวมทั้งจากช่อง “ไทยพีบีเอส” ส่วนนักปั่นที่จะเข้าร่วมแข่งขัน จะเปิดรับสมัครทางเว็บไซต์ www.thaicycling.or.th เท่านั้น ภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 21 เม.ย. ไม่เปิดรับสมัครหน้างาน


 “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้กำหนดจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนน ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” และการแข่งขันจักรยานประเภทเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกับกิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ” Bike for Life ประจำปี 2564 สนามที่ 2 ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน ที่จังหวัดสงขลา แต่เนื่องด้วยมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหลายจังหวัด ทำให้บรรดานักปั่นจากทั่วประเทศมีความสงสัยว่าจะมีการจัดแข่งขันตามกำหนดเดิมหรือไม่


 พลเอกเดชา กล่าวว่า จากการที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ประสานงานกับ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ประธานชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดสงขลา อยู่เป็นระยะ ๆ ทราบว่าทางจังหวัดสงขลาเตรียมการทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดแล้ว โดยเฉพาะมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ล่าสุด นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดสงขลา ได้เชิญ นายอำพล พงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีการวางมาตรการอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักปั่นที่จะไปร่วมแข่งขันและประชาชนในพื้นที่

 ด้าน นายอำพล พงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ทางจังหวัดสงขลา ขอยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนน และเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามที่ 2 ต่อไป ไม่มีการยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขันออกไปอย่างแน่นอน โดยจังหวัดสงขลา จะยึดถือปฏิบัติตามมาตรการของ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. อย่างเคร่งครัด รวมทั้งยึดเอามาตรการของสมาคมกีฬาจักรยานฯ เป็นตัวตั้ง มาใช้ร่วมกับมาตรการที่เข้มข้นของทางจังหวัดสงขลา


 นายอำพล กล่าวอีกว่า “เราจะทิ้งการแข่งขันรายการที่สำคัญนี้ไม่ได้ เพราะเป็นชื่อเสียงของจังหวัดและชาวสงขลาทุกคน อีกทั้งเราได้เดินหน้าเตรียมการด้านต่าง ๆ มาเกือบ 100% แล้ว ขอให้นักกีฬาที่จะเดินทางมาแข่งขันที่จังหวัดสงขลา มีความสบายใจได้ว่าเราไม่ยกเลิกแน่นอน แต่ทั้งนี้เราก็จะไม่ประมาทและจะพลาดไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องวางมาตรการที่เข้มข้น ประการสำคัญที่สุด จังหวัดสงขลา ขอเป็นจังหวัดต้นแบบให้แก่จังหวัดอื่น ๆ ในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชิงแชมป์ประเทศไทย เช่นเดียวกับที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ถูกยกให้เป็นสมาคมกีฬาต้นแบบ ในการจัดการแข่งขันแบบ New Normal หรือรูปแบบชีวิตวิถีใหม่”


 ส่วน นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ประธานชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กำชับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนว่าขอให้ปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ทางจังหวัดสงขลาจะหารือกับสมาคมกีฬาจักรยานฯ เป็นระยะ ๆ ถึงมาตรการพิเศษที่อาจจะมีเพิ่มเติม แล้วนำมาบูรณาการร่วมกัน ขอยืนยันว่าสงขลามีความพร้อมในทุก ๆ ด้านอย่างเต็มที่เกิน 100% และจะเดินหน้าจัดแข่งขันตามกำหนดเดิมโดยไม่มีการยกเลิกอย่างแน่นอน 

 “สำหรับเส้นทางการแข่งขันในสนามที่ 2 นี้ จะแข่งบนถนนเลียบชายหาดสมิหลา นับว่าเป็นเส้นทางการแข่งขันที่สวยงามและบรรยากาศดีที่สุดสนามหนึ่ง นอกจากนี้ก็จะมีเส้นทางบางส่วนเข้าไปในสนามติณสูลานนท์ มีการลอดอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกของการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ที่มีสนามที่สวยงามและน่าติดตาตื่นใจ รอให้นักปั่นทุกคนมาได้เห็นและสัมผัสด้วยตัวเอง” นายสุพิศ กล่าว


 ขณะเดียวกัน พลเอกเดชา ได้กล่าวเสริมอีกว่า เรื่องมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้กำหนดเอาไว้ในคู่มือจัดการแข่งขัน ซึ่งได้รับการพิจารณาและเห็นชอบจาก ศบค. ว่าเป็นมาตรการที่เข้มข้นและรัดกุมอย่างมาก ที่สำคัญมีหลาย ๆ สมาคมกีฬาที่มาขอตัวอย่างมาตรการในคู่มือของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ไปปรับประยุกต์ใช้ในการจัดแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ซึ่งการแข่งขันสนามที่ 2 นี้ จะมีการจำกัดจำนวนคน มีการปิดกั้นพื้นที่บริเวณที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันและมอบรางวัล โดยให้มีการเข้า-ออกทางเดียว มีการตั้งจุดคัดกรองอย่างเข้มข้น ห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่อย่างเด็ดขาด จะอนุญาตเฉพาะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีมที่ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าเท่านั้น


 นายกสองล้อไทย กล่าวต่อไปว่า เมื่อนักกีฬามาถึงสนามแข่งขันแล้ว ทุกคนต้องแสดง QR Code เพื่อตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติ พร้อมกับสแกน QR Code “ไทยชนะ” เพื่อเช็คอิน และดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” หรือสแกน QR Code “SONGKHLA CARE” เพื่อใช้แสดงตัวเมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ มีการวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสนาม พร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่รถจักรยาน รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการหลัก 5 ข้อ คือ สวมหน้ากากอนามัย, ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์, เว้นระยะห่าง, หลีกเลี่ยงการสัมผัส และจำกัดจำนวนคน


 “สมาคมกีฬาจักรยานฯ ต้องการสร้างความมั่นใจให้พี่น้องชาวสงขลาทุกคน ว่าพวกเราชาวจักรยานไม่ได้นำเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปแพร่ระบาดที่จังหวัดของท่าน ดังนั้นนักกีฬาทีมชาติไทยและทีมอาชีพที่ไปเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ในเวลานี้ ก็ได้ไปตรวจหาเชื้อเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ผลออกมาเป็นลบ มีความปลอดภัยทุกคน นอกจากนี้ผมก็จะนำคณะเจ้าหน้าที่ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ และผู้ตัดสิน ซึ่งจะไปทำหน้าที่ในการแข่งขันสนามที่ 2 ไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 16, 19 และ 20 เมษายน ที่สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง บางเขน ก่อนเดินทางเข้าจังหวัดสงขลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกฝ่าย” พลเอกเดชา กล่าว


 พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากสนามนี้เราจะจำกัดจำนวนคน และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าในพื้นที่ แฟนกีฬาจักรยานที่ต้องการชมการแข่งขันสามารถติดตามชมได้จากการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ Thaicycling Association รวมไปถึงการถ่ายทอดสดจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่จะถ่ายทอดสดการแข่งขันประเภทถนนโร้ดเรซ รุ่นทั่วไปชาย ในรายการปั่นสู่ฝันคนวัยมันส์ วันอาทิตย์ที่ 25 เม.ย. เวลา 14.00-16.00 น. ส่วนนักกีฬาที่ต้องการสมัครเข้าแข่งขันประการสำคัญจะต้องทำไลเซนส์ (license) หรือบัตรอนุญาตแข่งขัน รวมทั้งทำประกับอุบัติเหตุด้วย จากนั้นสมัครแข่งขันทางเว็บไซต์ของสมาคมฯ www.thaicycling.or.th ภายในเวลา 12.00 น. ของวันพุธที่ 21 เมษายน โดยจะไม่มีการรับสมัครที่หน้างานอย่างเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัส และการรักษาระยะห่างตามมาตรการที่กำหนด


 ด้านโปรแกรมการแข่งขันจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามที่ 2 มีดังนี้ วันศุกร์ที่ 23 เมษายน แข่งขันประเภทถนน ไทม์ไทรอัล เริ่มเวลา 09.00 น. เส้นทางเรียบชายหาดสมิหลา และบริเวณสนามติณสูลานนท์ / กิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ” Bike for Life เวลา 15.00 น. ที่สนามติณสูลานนท์

 วันเสาร์ที่ 24 เมษายน แข่งขันประเภทเสือภูเขา ครอสคันทรี่ เริ่มเวลา 09.00 น. และ ดาวน์ฮิล เริ่มเวลา 10.00 น. ที่สวนสาธารณะหาดใหญ่ ซึ่งการแข่งขันดาวน์ฮิล จะมีการถ่ายทอดสดในรอบชิงชนะเลิศ ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ Thaicycling Association เวลา 13.00-16.00 น.


 วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน แข่งขันประเภทถนน โร้ดเรซ เริ่มเวลา 08.00 น. เส้นทางเรียบชายหาดสมิหลา มีการถ่ายทอดสด รุ่นทั่วไปชาย ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น. และการแข่งขันเสือภูเขา อิลิมิเนเตอร์ มีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ Thaicycling Association ตั้งแต่รอบแรกถึงรอบชิงชนะเลิศ เวลา 09.00-12.00 น.

 ทั้งนี้ นักกีฬาที่ต้องการสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน และทำไลเซนส์ (license) หรือบัตรอนุญาตแข่งขัน สามารถสมัครและลงทะเบียนทำไลเซ่นส์ ได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมฯ www.thaicycling.or.th ภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 21 เมษายน ส่วนการทำประกันอุบัติเหตุ สมาคมฯ ได้ประสานงานกับ บริษัท รู้ใจ จำกัด หรือประกันภัย “รู้ใจ” มาตั้งบูธให้บริการในวันแข่งขัน โดยนักกีฬาสามารถทำประกันอุบัติเหตุในราคา 60 บาท กรมธรรม์ครอบคลุมตลอดการแข่งขันทั้ง 3 วัน หรือสอบถามได้ที่ โทร.0-2719-3340-2 ในวันและเวลาราชการ.