จาย ทำผลงานดี อับดับโลกขยับสูงขึ้น หลังจบที่ 7 สปรินต์ ล้องล้อลู่ที่เบลเยี่ยม วางเป้าหมายไปโอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศส ลั่นคว้าเหรียญรางวัลมาฝากพี่น้องชาวไทย

“จาย อังค์สุธาสาวิทย์” ทำผลงานดี จบอันดับ 7 ประเภทสปรินต์ ในศึกสองล้อลู่ “เบลเจี้ยน โอเพ่น แทร็ค มีตติ้ง” ที่ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับ C1 ของ “ยูซีไอ” และเก็บคะแนนสะสมเพื่อให้ได้สิทธิ์ไป “เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2021” ส่งผลให้อันดับโลกของ…

“จาย อังค์สุธาสาวิทย์” ทำผลงานดี จบอันดับ 7 ประเภทสปรินต์ ในศึกสองล้อลู่ “เบลเจี้ยน โอเพ่น แทร็ค มีตติ้ง” ที่ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับ C1 ของ “ยูซีไอ” และเก็บคะแนนสะสมเพื่อให้ได้สิทธิ์ไป “เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2021” ส่งผลให้อันดับโลกของ “จาย” ขยับสูงขึ้น โดยยังเหลือการแข่งขันประเภทคีริน ซึ่ง “จาย” มีความถนัดมากกว่า ส่วนโอกาสที่จะได้ไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศญี่ปุ่น ยังต้องลุ้นต่อไป แต่เป้าหมายหลักอยู่ที่ “โอลิมปิกเกมส์ 2024” ที่ประเทศฝรั่งเศส โดย “จาย” ตั้งความหวังว่าจะคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาฝากพี่น้องชาวไทยให้ได้

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่ “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ นักปั่นไทยเจ้าของเหรียญทองคีริน กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ได้ไปเก็บตัวฝึกซ้อมระยะยาวอยู่ที่ศูนย์ฝึกจักรยานโลก (WCC) ในเมืองเอเกิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ความเคลื่อนไหวล่าสุด จาย ได้รายงานมาว่า ผู้ฝึกสอนของศูนย์ฝึกจักรยานโลกได้ส่ง จาย ไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่รายการ “เบลเจี้ยน โอเพ่น แทร็ค มีตติ้ง” ที่ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งได้รับการบรรจุลงในปฏิทินการแข่งขันประจำปี 2021 ของสหพันธ์จักรยานานาชาติ (ยูซีไอ) ในระดับ C1 นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ที่ จาย ได้ลงแข่งขันอย่างเป็นทางการ หลังจากมีการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา


พลเอกเดชา กล่าวว่า การแข่งขันรายการนี้ จาย ลงชิงชัยประเภทสปรินต์ รุ่นทั่วไปชาย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 เมษายน ตามเวลาในประเทศไทย โดยมีนักกีฬาระดับแชมป์โลก รวมไปถึงนักกีฬาที่มีแรงกิ้งติดอันดับต้น ๆ ของโลก ในประเภทสปรินต์ ลงแข่งขันทั้งหมด 28 คน ผลการแข่งขันในรอบคัดเลือก จาย ทำเวลาได้ดี สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 12 คน ซึ่งแข่งขันแบบ “น็อคเอ้าต์” ปรากฏว่า จาย จบอันดับที่ 7 ถือว่าเป็นอันดับที่น่าพอใจ เนื่องจาก จาย ไม่ถนัดแข่งขันประเภทสปรินต์ แต่ถนัดประเภทคีรินมากกว่า อย่างไรก็ตาม การที่ จาย จบการแข่งขันในอันดับที่ 7 ทำให้แรงกิ้ง หรืออันดับโลกในประเภทสปรินต์ของ จาย ขยับสูงขึ้นทันที

นายกสองล้อไทย กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม จาย ยังมีโปรแกรมลงแข่งขันในประเภทคีริน รุ่นทั่วไปชาย ซึ่งเป็นประเภทที่ จาย มีความถนัดมากกว่า และคาดว่า จาย น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าประเภทสปรินต์ ก็จะทำให้ จาย มีคะแนนสะสมมากขึ้น ส่งผลให้ได้รับการคัดเลือกไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่ “เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2021” ที่กรุงอาชกาบัต ประเทศเติร์กเมนิสถาน ระหว่างวันที่ 13-17 ตุลาคม ทั้งประเภทสปรินต์ และประเภทคีริน


“เสธ.หมึก” กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความหวังของ จาย ที่จะได้ไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 32 หรือ “โตเกียวเกมส์ 2020” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ในฐานะที่ จาย เป็นตัวสำรองอันดับ 1 นั้น จากการที่ตนได้คุยกับ จาย ตัวเขาเองก็ไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้มากนัก ตอนนี้เขาบอกว่าหวังแค่เพียง 50-50 เพราะต้องลุ้นให้นักกีฬาที่ได้โควต้าไปแล้วถอนตัว หรือมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถไปแข่งขันได้ นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์ที่มีโรคไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก หากมีนักกีฬาจากชาติใดชาติหนึ่งถูกเจ้าภาพ ห้ามเข้าประเทศ หรือกรณีบางประเทศที่มีนักกีฬาได้โควต้าไปแล้ว แต่มีนโยบายห้ามประชาชนเดินทางออกนอกประเทศ ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ จาย ก็จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันแทนทันที

พลเอกเดชา กล่าวเสริมว่า หลังจากการแข่งขันที่ประเทศเบลเยี่ยม จาย มีกำหนดเดินทางไปร่วมการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ UCI Track Nation’s Cup อีก 2 สนาม ประกอบด้วย การแข่งขันที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม และ ที่เมืองคาลี ประเทศโคลอมเบีย ระหว่างวันที่ 3-6 มิถุนายน ซึ่งทั้ง 2 รายการนี้ จะเป็นรายการสำคัญในการสะสมคะแนนไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่ “เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2021” ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ พลเอกเดชา ยังได้กล่าวอีกว่า โอกาสของ จาย ในการได้ไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว อาจจะมีไม่มากนัก แต่ถ้าหาก จาย โชคดีได้โควต้าไปแข่งขันก็มีแนวโน้มที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับพี่น้องชาวไทยได้เช่นกัน เป้าหมายหลักของ จาย อยู่ที่การหวังผลระยะยาวในการคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 33 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.2024 และเป้าหมายสำคัญที่สุด คือการคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาฝากพี่น้องชาวไทยให้ได้ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกีฬาจักรยานของไทยอีกด้วย.